Suzumiya Haruhi ~ Another ~ บทที่ 1 เมื่อ หุ่นยนต์รถเจอกับหุ่นยนต์แมว
posted on 01 Sep 2008 04:11 by garnet19th in NovelSuzumiya Haruhi ~ Another ~ บทที่ 1 เมื่อ หุ่นยนต์รถเจอกับหุ่นยนต์แมว
“ทุกคนเรียกฉันว่า เคียวน์ ก็ได้ จุดมุ่งหมายฉันคือใช้ชีวิตให้สนุกที่สุด คติพจน์คือ ถ้าไม่สนุกก็ตายซะดีกว่า แค่นี้แหละ”
พอพูดจบเจ้าตัวก็นั่งลง ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้วว่าทุกคนในชั้นต้องอึ้งกิมกี่กันหมดด้วยหน้าตาและน้ำเสียงอันจริงจังซึ่งสวนทางกับคำพูดที่กลั่นมาจากสมองพลานาเรีย(1)ของตานั่น หลังจากที่ปล่อยให้ทุกคนอึ้งกันไปพักนึง ฉันก็ลุกขึ้นแนะนำตัวเองต่อ
“ชื่อ สึซึมิยะ ฮารุฮิ จบจากมัธยมต้นตะวันออก ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” หลังจากนั้นเหตุการณ์จึงได้ดำเนินไปต่ออย่างปกติ
ทำไมฉันไม่อึ้งเหรอ ก็เพราะว่าฉันเคยได้ยินคำพูดบ้าบอคอแตกนั่นมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วนะสิ
ใช่แล้วล่ะ ฉันเองก็ไม่ได้อยากรู้จักกับตาบ้านั่นหรอกนะ แต่เพราะว่าบ้านตานั่นอยู่ตรงข้ามบ้านของฉันหรือพูดง่ายๆก็คือเราเป็นเพื่อนบ้านกัน
เมื่อ 3 ปีที่แล้วตานั่นกับพ่อย้ายมาอยู่ในเมืองนี้ ฉันจำตอนที่ตานั่นกับพ่อมาที่บ้านของฉันเพื่อมาทำความรู้จักกันได้ดีเลยล่ะ
“เรียกฉันว่า เคียวน์ ก็ได้ มาเล่นสนุกกันให้สุดๆไปเลยนะ” พูดพร้อมกับยิ้มแฉ่ง
หลังจากนั้นเราก็เรียนโรงเรียนเดียวกัน ห้องเดียวกันมาตลอด 3 ปี และไอ้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมานี่แหละทำให้ฉันรู้สึกได้เลยว่าฉันตัดสินใจพลาดไปแล้วที่ตอบตานั่นในวันนั้นว่า
“ฉันชื่อฮารุฮิ เรามาเป็นเพื่อนกันนะ”
พอสัญญาณพักเที่ยงดังขึ้น นักเรียนในห้องต่างก็ทยอยออกจากห้องไป บางคนก็จับกลุ่มกินข้าวด้วยกันส่งเสียงเฮฮา ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเพราะนักเรียนที่เข้ามาเรียนที่นี่ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กที่อยู่ในละแวกนี้อยู่แล้ว บางคนก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยม.ต้น เหมือนกับฉัน ตานั่น คุนิคิดะและทานิงุจิ
“เพื่อนสมัยเด็กของเธอเนี่ยมาวันแรกก็ก่อเรื่องเลยนะ” ทานิงุจิพูดพลางใช้ตะเกียบคีบไส้กรอกรูปร่างปลาหมึกใส่ปาก
“ขอทีเถอะ เลิกพูดอย่างงั้นได้แล้ว ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าตานั่นกับฉันรู้จักกัน” พูดพลางเขี่ยก้างปลาออกก่อนจะคีบใส่ปาก
“อ้าว ตอนนี้ไปไหนซะแล้วล่ะ” คุนิคิดะเงยหน้าขึ้นมาพูดหลังจากเก็บกล่องข้าวเรียบร้อยแล้ว
“คงไปหาอะไรกินละมั้ง เลิกพูดเรื่องตานั่นกันเหอะ”
“อะไรกัน อะไรกัน ทำไมพูดจาตัดรอนซะอย่างงั้นละจ๊ะ”
ทานิงุจิเมื่อไรเธอจะหยุดพูดแล้วกินข้าวกล่องของเธอให้หมดซะทีฮึ
“ฉันไม่อยากให้คนในห้องมองฉันด้วยสายตาแปลกนะสิ พอกันที 3 ปีที่ผ่านมา ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับตานั่นอีก”
วีรกรรมของตานั่นสมัยม.ต้น มีมากมายเหลือเกินไม่ว่าจะร่อนเครื่องบินกระดาษจนเกลื่อนสนามโรงเรียน สร้างวงกลมปริศนาบนดาดฟ้า แข่งกินนมจนเข้าโรงพยาบาล แล้วทุกครั้งฉันก็ต้องพลอยโดนอาจารย์เรียกไปอบรมพร้อมกับตานั่นทุกที
เพราะตานั่นบังคับให้ฉันพับเครื่องบินกระดาษ
เพราะตานั่นบังคับให้ฉันช่วยขนปูนขาว
เพราะตานั่นบังคับให้ฉันเป็นกรรมการแข่งกิน
เพราะตานั่นแท้ๆทุกๆคนเลยมองฉันว่าเป็นคู่หูคู่บ้ากับตานั่น
ไม่รู้เป็นอะไรฉันกับตานั่นถึงต้องอยู่ห้องเดียวกันตลอด ไม่วายที่ฉันจะขอพรภาวนาก่อนสอบเข้าที่นี่ว่าขออย่าให้ได้อยู่ห้องเดียวกับตาบ้านี่เลย ยังไงก็ไม่เกิดผล ฉันต้องมาอยู่ห้องเดียวกับตานี่อีกแล้ว คิดๆไปกลับไปขอเหรียญ 100 เยนคืนจากศาลเจ้าดีกว่า เสียดาย
ดังนั้นฉันเลยตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับตานั่นอีก
“ฮารุฮิ ยืมโทรศัพท์หน่อยสิ” ตานั่นหันหลังกลับมาจากที่นั่งหลังจากเลิกเรียน
“โทรศัพท์นายล่ะ”
“ของฉันแบตหมด จะโทรบอกพ่อว่าจะกลับช้าสักหน่อย”
ฉันยื่นโทรศัพท์ของฉันให้ตานั่น ชินแล้วล่ะกับไอ้นิสัยเล่นเกมจนแบตหมดแล้วมาเบียดเบียนโทรศัพท์ของฉันใช้
“พ่อนายกลับบ้านดึกกว่านายทุกวันอยู่แล้วนี่”
“เหอะน่า” พูดแล้วก็คว้าโทรศัพท์ของฉันไปกดโทร
.....ว้าย! ลืมไปว่าฉันจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับตานี่อีกแล้ว แย่จริงดันเผลอซะได้คิดในใจพลางขบริมฝีปาก ฉันแอบเหลือบตามองซ้ายขวาดูว่ามีใครมองมาบ้างไหม คราวหลังต้องระวังให้มากกว่านี้แล้ว
“เอ้า ขอบใจ เออนี่ฉันจะไปคืนหนังที่ยืมมา เธอจะฝากยืมอะไรไหม?” ถามพร้อมยื่นโทรศัพท์คืนให้
ฉันไม่ตอบอะไร พอได้โทรศัพท์กลับคืนก็ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าแล้วกลับบ้านเลย โดยไม่สนใจจะมองหน้าของตานั่น พอบอกลาคุนิคะและทานิงุจิเสร็จฉันก็จ้ำอ้าวออกจากห้องทันที
เวลากลับบ้านนี่เหนื่อยน้อยกว่าตอนเดินมาโรงเรียนเยอะ ทำไมนะโรงเรียนนี้ถึงต้องมาตั้งบนเนินแบบนี้ด้วย นี่ก็หมายความว่าจากนี้ต่อไปอีก 3 ปี ฉันเดินขึ้นเจ้าเนินนี่มาเรียนตลอดสินะ คิดๆไปมันน่าเบื่อจริงๆ แต่จะให้ทำยังไงล่ะในเมื่อฉันเป็นนักเรียนนี่นาก็ต้องมาเดินมาเรียนตอนเช้าแล้วเดินกลับบ้านตอนเย็นเพื่อมาคุยกับเพื่อน ต้องนั่งเรียน ทำการบ้าน อ่านหนังสือสอบ นั่งทำข้อสอบ วนเวียนไปมานี้จบกว่าจะเรียนจบ นี่แหละน้าวงจรชีวิตของนักเรียน
และแล้ววงจรชีวิตนักเรียนธรรมดาๆของฉันก็หมดไป ไม่สิโลกอันแสนธรรมดาของฉันก็ได้หายไป
ทันใดนั้น รถตำรวจคันหนึ่งปราดมาจอดข้างฉัน ประตูเปิดออกมาพร้อมกับมือที่ยื่นมากระชากตัวฉันที่กำลังเดินกลับบ้านให้เข้าไปในรถ ประตูปิดลงพร้อมกับรถออกตัว เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็ว เร็วจนไม่มีใครลังเกตุเห็น เร็วจนฉันทำได้แค่ร้อง “เอ๋ ?” ออกมาเท่านั้น
“ฟันเ*ล” ทันทีที่สิ้นเสียง กรวยโลหะ 4 อันก็พุ่งฉวัดเฉวียนออกจากตัวหุ่นยนต์ตัวนั้นเข้าจู่โจมแมว 3 สีที่กำลังยืนจังก้าด้วย 2 ขาเหมือนคนทันที
แมวตัวนั้นวิ่งฉากออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกันกับใช้มือสองข้างล้วงเข้าไปที่กระเป๋าหน้าท้องหยิบตลับสีดำ 4 อันออกมาแล้วก็ขว้างออกไปคนละทิศละทาง ตลับแต่ละอันพอหลุดจากมือเจ้าแมวก็พองตัวออกเป็นรูปตัวแมวสีดำออกมา กรวยโลหะทั้ง 4 ก็พุ่งเข้าหาเจ้าแมวปลอมสีดำเหล่านั้นพร้อมกับยิงลำแสงใส่ทันที
ตูม! เสียงระเบิดดังสนั่น แมวปลอมหายไป 3 ตัว เสียงตูม ตูม ก็ตามมาอีกแต่คราวนี้เป็นกรวยโลหะที่ระเบิดไป 2 อันหลังจากโดนดาบลำแสงฟันเข้าไป ทันทีที่เจ้าแมวฟันกรวยโลหะที่หุ่นยนต์ตัวนั้นเรียกว่า “ฟันเ*ล” ระเบิด ก็รีบพลิกตัวหนีจากจุดที่เคยยืนอยู่ทันที
โครม ! ฝุ่นตลบคลุ้ง หลังจากที่หุ่นยนต์กระโจนมาทุบพื้นที่ไม่มีร่างแมวยืนอยู่แล้ว พร้อมกับเสียงระเบิดดังตูม ตามมาอีก 3 ครั้ง ฟันเ*ลและแมวปลอมทั้งหมดก็กลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนต่อหน้าต่อตาฉัน ผู้ซึ่งกลายเป็นสักขีพยานการดวลกันระหว่างหุ่นยนต์สูงเกือบ 3 ม. กับแมว 3 สีสูงแค่ 50 ซม. ที่สู้กันห่างจากตัวฉันออกไปพอสมควร
เกิดอะไรขึ้นเหรอ? เดี๋ยวนะขอเวลาลำดับเรื่องหน่อยนะ ตอนนี้ขอบอกเลยว่าสมองตื้อไปหมดแล้ว เรื่องมันเริ่มตอนไหนน้า อ้อ! ใช่แล้ว ตอนที่ฉันกำลังเดินกลับบ้าน อยู่ดีๆก็โดนตำรวจฉุดขึ้นรถสายตรวจแล้วไม่พูดไม่จาอะไรเลย ไม่ว่าจะฉันจะโวยวาย ขอร้อง ต่อรอง ตะคอก อาละวาด (แน่นอน ถึงฉันจะไม่เคยกลัวใคร แต่ฉันก็ไม่กล้าไปหยิกไปกัดคุณตำรวจเขาหรอก เพราะว่าคุณตำรวจขับรถเร็วมากๆ) ยังไง คุณตำรวจก็นิ่งเฉยไม่รับรู้ไม่สนใจอะไรฉันเลย จนขับรถมาถึงนี่ ทันทีที่คุณตำรวจเขาจอดรถ ฉันรีบเปิดประตูออกพร้อมกับวิ่งหนีทันที ระหว่างที่ขาทั้งสองข้างของฉันกำลังวิ่ง ก็มีเสียงโคร้งเคร้ง เหมือนเครื่องจักรกำลังทำงานอัดเหล็ก ไม่กี่วินาทีต่อมาก้นฉันก็กระแทกกับพื้นพร้อมกับเสียงร้อง “ว้าย !” ของฉัน
หุ่นยนต์ หุ่นยนต์แน่นอน มองมุมไหนก็หุ่นยนต์ หุ่นยนต์ชัดๆเลย หุ่นยนต์100% มันมาจากไหนกันเนี่ย อยู่ๆก็กระโดดมาขวางหน้าฉันเอาไว้ ฉันถัดตัวเองให้ถอยหลังหนีออกมา หันซ้ายขวาเพื่อหาใครซักคนที่พอจะช่วยฉันในตอนนี้
สติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเราต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การมีสติทำให้เราสามารถพร้อมรับมือและใช้ความคิดในการแก้วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น นึกนึกไปขอบใจตานั่นที่ฝึก ไม่ใช่สิบังคับให้ฉันรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากความบ้าบอของตานั่นอยู่บ่อยๆจนสติของฉันในตอนนี้ยังอยู่ในสภาพที่ยังดีอยู่ไม่แตกไปซะก่อน และสติก็บอกกับฉันว่าตามกฎทรงมวล(2) สสารไม่สูญหายไปจากโลก ดังนั้นเรามาดูโจทย์ข้อนี้กันนะ รถสายตรวจที่เคยฉุดฉันมาได้หายไป ปรากฏหุ่นยนต์ตัวหนึ่งขึ้นมาแทน จากกฎทรงมวล เมื่อดุลสมการจะได้ รถสายตรวจ=หุ่นยนต์
โกหกน่า ! รถสายตรวจคันเล็กนิดเดียวเอง จะมาแปลงกายสุดขี้โม้กลายเป็นหุ่นยนต์ไปได้ยังไง แล้วคุณตำรวจล่ะหายไปไหน อย่าบอกนะว่าแปลงกายรวมร่างกับหุ่นยนต์ไปแล้ว โอ้ย ! นี่มันสุดจะไซไฟเกินไปแล้วนะ
“ The cube อยู่ที่ตำแหน่งใด?” เสียงสังเคราะห์อิเล็กทรอนิคส์ แผดขึ้นมาคุกคามฉันซึ่งกำลังนั่งอยู่กับพื้นหญ้า
“ระบุตำแหน่งของ The cube มาเดี๋ยวนี้” เจ้าของเสียงนั้นยังถามคุกคามต่อและก้าวเข้ามาใกล้อีกพร้อมกับก้มตัวมองลงมาที่ฉัน เข้ามาใกล้จนฉันเห็นรายละเอียดตัวของมันได้อย่างชัดเจน
ฉันนึกขึ้นได้แล้วว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ที่แท้ตัว H นั่นก็เป็นตราของบริษัทฮอ*ด้านี่เอง ถ้างั้นก็สรุปได้ชัดเลยว่าเจ้าหุ่นนี่ผลิตในประเทศไม่ใช่สิรถสายตรวจกลายเป็นหุ่นยนต์ต่างหาก โอ้โฮ ! เดี๋ยวนี้ตำรวจเขาพัฒนาถึงขั้นมีหุ่นยนต์ใช้แล้วเหรอนี่
เดี๋ยวๆจะทำอะไร ฉันไม่รู้นะว่ากำลังถามถึงอะไรอยู่ ฉันไม่รู้จักจริงๆ สงสัยว่าหุ่นยนต์คงจะเห็นว่าฉันไม่ให้ความร่วมมือ จึงเอื้อมมือมาที่ฉันหมายจะทำอะไรสักอย่าง แต่มือที่เอื้อมมือกลับชะงัก ทันใดนั้นหุ่นยนต์ก็ฟุบตัวแนบพื้นทันที
เวลาเดินผ่านเสาไฟฟ้าแรงสูงเคยได้ยินเสียงแปลกๆไหม เสียงนั้นเกิดจากปรากฏการณ์ Corona Discharge อากาศได้รับประจุไฟฟ้าแล้วแตกตัวเป็นไอออน มันจะดังเปรี๊ยะๆตลอดเวลาเบาบ้างแรงบ้างตามสภาพอากาศ
ตอนนี้ปรากฏการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นอยู่เหนือหัวของฉัน แถมมาพร้อมกับลำแสงสีแดงแจ๋ที่พุ่งมาจากด้านหลัง เฉียดหัวเจ้าหุ่นยนต์ไปนิดเดียว แล้วลำแสงนั้นก็ดับหายไปพร้อมกับที่หุ่นยนต์และฉันต่างก็หันไปมองที่มาของแสงนั้น
คราวนี้แมว แมวแน่นอน มองมุมไหนก็แมว แมวชัดๆเลย แมว100% แมว 3 สีกำลังยืนสองขาถือสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นปืนเล็งมาที่หุ่นยนต์อยู่ห่างจากฉันไปพอสมควร
“เชอะ ติดตั้ง Thermal sensor (3) งั้นเหรอ”“ยกเลิก Sniper Mode (4) เตรียมพร้อม Assault Mode (5)” เจ้าแมวตัวนั้นสั่งการตัวเองพร้อมกับเอาพานท้ายปืนจิ้มหน้าท้องตัวเอง .......พระเจ้าช่วย ! ปืนค่อยๆถูกยัดหายเข้าไปในหน้าท้องของแมวตัวนั้น หายไปจริงๆนะไม่ได้โกหก
แต่ก็อย่างที่รู้ๆกันว่า เวลาเป็นเงินเป็นทอง นี่ไม่ใช่เวลาที่ฉันจะมาตะลึงกับรถสายตรวจแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ แมวที่พูดได้ยังไม่พอยังยิงปืนได้อีก แล้วไหนจะปืนที่หายไปในหน้าท้องแมวอย่างค้านกับกฎฟิสิกส์สุดๆ หรืออะไรพิสดารที่จะเกิดขึ้นอีกหลังจากนี้ ทันทีที่หุ่นยนต์ผละความสนใจจากฉันแล้วพุ่งตัวไปหาแมวตัวนั้น ฉันก็รีบลุกขึ้นแล้วหันหลังวิ่งหนีทันที
แย่ชะมัด วิ่งมาไม่ดูทิศดูทางเล้ย ฉันป่นกระปอดกระแปดกับตัวเองหลังจากที่พบว่าทิศที่วิ่งมาเป็นเนินสูงชันจนรู้ได้ทันทีว่าตะกายขึ้นไปไม่ได้แน่ๆ ครั้นจะวิ่งหนีออกจากตรงนี้ไปที่ถนนก็ต้องสวนกับตัวประหลาดสองตัวนั่น ฉันเลยตัดสินใจยืนหลบข้างต้นไม้ เอาล่ะย้อนอดีตมาพอแล้วมาดูเหตุการณ์กันต่อดีกว่า
การต่อสู้กันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เจ้าแมวโปรยอะไรไม่รู้เป็นแผ่นสีเงินเล็กๆกระจายเต็มไปหมดพร้อมวิ่งซิกแซ็กไปมาเพื่อหนีมิสไซล์จำนวนหนึ่งที่หุ่นยนต์ยิงเข้าใส่ มิสไซล์เหล่านั้นตอนแรกก็ดูเหมือนวิ่งไล่เจ้าแมวแต่พอมันเข้าไปอยู่ในกลุ่มแผ่นสีเงินก็ระเบิดทันที
สู้เข้าเจ้าเหมียว ไม่ใช่เพราะฉันมีนิสัยชอบเชียร์มวยรองอย่างเจ้าเหมียวที่ไม่สามารถโต้ตอบหุ่นยนต์ได้เลยเนื่องจากต้องวิ่งหลบมิสไซล์ที่ยิงเข้าใส่ แต่เพราะว่าถ้าเจ้าแมวนั่นแพ้ หุ่นตัวนั้นก็จะต้องกลับมาหาฉันแล้วถามอะไรที่ฉันไม่รู้เรื่องอีกแน่ๆ เผลอๆอาจจะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นก็ได้ แถมตอนนี้สถานการณ์การสู้ก็รุนแรงจนมันอันตรายเกินไปที่จะแอบย่องหนีไปที่ถนนได้ พลาดพลั้งอาจโดนลูกหลงก็ได้ ตอนนี้ส่งแรงใจเชียร์เจ้าแมวนั่นน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะนึกออกในตอนนี้
แสงสว่างวาบเกิดขึ้นพร้อมกับเสียงฟุ่บ รู้สึกได้เลยว่ามีคลื่นอะไรสักอย่างวาบผ่านตัวฉันไป ฉันตะลึงนิดหน่อยกับความรู้สึกที่สัมผัสได้นี้แต่ก็ยังไม่ตะลึงเท่ากับภาพที่เห็นข้างหน้า
จริงด้วยๆเจ้าหุ่นตัวนั้นเป็นรถสายตรวจจริงๆด้วย หลังจากที่แสงสว่างวาบที่เกิดขึ้น หุ่นยนต์ตัวนั้นก็หยุดชะงักแล้วก็แปลงร่างแบบสุดขี้โม้กลับมาเป็นรถสายตรวจคันเล็กๆคันเดิมที่ฉุดฉันมาที่นี่แล้วหยุดนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอีก มิสไซล์ที่ถูกยิงออกมาก็พากันระเบิดทิ้งจนหมด
“เป็นไงล่ะไม่ได้ทำ CNT Coating (6)ไว้ละซิท่า เจอ EMP (7) เข้าไปถึงได้ง่อยแบบนี้ เจ้าเทคโนโลยีรุ่นเก่าจะมาสู้หุ่นจากอนาคตได้ยังไง”
หลังจากตระกุยขึ้นไปบนกระโปรงรถ แมว 3 สีตัวนั้นก็ทำท่าเหมือนกับการประกาศชัยชนะซึ่งในสายตาฉันเห็นเป็นการเหยียบย่ำผู้พ่ายแพ้ด้วยเสียงอันดัง
“รายงานตัวเดี๋ยวนี้” เหยียบย่ำยังไม่พอยังมีการสั่งอีกด้วย
“ปฏิเสธ”
เมื่อได้ยินดังนั้นเจ้าแมวก็ล้วงไปที่หน้าท้องของมัน ทำท่าเหมือนกำลังค้นหาของ หลังจากที่งงๆอยู่ในตอนแรก ฉันจึงได้เข้าใจว่าแมว 3 สีตัวนั้นมีกระเป๋าหน้าท้องสารพัดนึกที่สามารถเก็บของและหยิบออกมาได้ งั้นปืนที่หายไปในตอนนั้นก็คงเข้าไปอยู่ในกระเป๋านั้นสินะ แต่มันก็ค้านกับกฎฟิสิกส์อยู่ดีนั่นแหละ
กระป๋องสเปรย์ถูกล้วงออกมา เสียงพ่นสเปรย์เข้าใส่กระโปรงหน้ารถดังฟู่ขึ้นมา และทันใดนั้นกระโปรงรถบริเวณที่ถูกพ่นก็เกิดฟองฟอดฝากระโปรงรถผุกร่อนหายไป เผยให้เห็นเครื่องยนต์รถ
“ปฏิบัติตามคำสั่ง มิฉะนั้นจะถูกกำจัด”
เหยียบย่ำ, สั่ง, ข่มขู่และทรมานเชลยศึก นายเข้าข่ายอาชญากรสงครามแล้วนะนั่นนายแมว 3 สี
ดูเหมือนรถสายตรวจจะยอมรับสภาพแล้วทำตามที่เจ้าแมวสั่งแล้ว จึงได้เริ่มรายงานตัว“Bar***ade สังกัด Dece***con ภารกิจคือ ค้นหา The cube เมื่อ 31 นาทีที่แล้วขณะกำลังลาดตระเวนอยู่ที่วงโคจรดวงจันทร์ได้รับสัญญาณมาตรฐาน Omega ยืนยันการพบ The cube จากประเทศนี้ เมื่อทวนสัญญาณกลับจึงพบว่าผู้ส่งสัญญาณคือมนุษย์โลกคนนั้น”
เดี๋ยวๆๆ เดี๋ยวก่อน ฉันไม่ได้ส่งสัญญาณบ๊วย(8) นั่นเลยนะ ฉันไม่รู้จักหรอกไอ้สัญญาณชื่อพิลึกๆพรรค์นั้น อย่ามาตู่กันนะ
“สามารถตรวจจับการส่งสัญญาณมาตรฐาน Omega ได้จากเด็กผู้หญิงคนนั้นได้เช่นกัน”
ก็บอกแล้วไงว่า ฉันไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรนั่น ทำไมไม่เข้าใจกันสักทีฮึ
“ต้องตรวจสอบกับเด็กผู้หญิงคนนั้นถึงการส่งสัญญาณเพื่อให้ทราบความจริง แต่ก่อนอื่นทำการUpload Asimov laws (9) ก่อน”
“รับทราบ”
แมวกับรถสายตรวจพากันเงียบไปครู่หนึ่ง เจ้าแมวก็กระโดดลงจากรถสายตรวจแล้วเดินตรงมาหาฉัน
ฉันเริ่มถอยหลังและเตรียมตัวพร้อมที่จะวิ่งหนี แต่เหมือนเจ้าแมวจะรู้ว่าฉันกำลังกลัวจึงหยุดเดินและนั่งอยู่ห่างจากฉันประมาณ 3 ม. แล้วพูดว่า
“ฉันคือหุ่น GSX-401FW รุ่น Mass production หมายเลข 0008192 ถูกส่งมาจากโลกอนาคต ภารกิจคือค้นหาห้วงมิติเวลาที่ทำให้เกิด TSC (10) ได้ทำการกำราบ Bar***ade และ Upload Asimov laws เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นทั้งฉันและ Bar***ade จึงไม่ทำอันตรายต่อมนุษย์ ขอให้วางใจได้”
“ฉันและ Bar***ade ต่างตรวจจับการส่งสัญญาณมาตรฐาน Omega ได้และเมื่อทวนสัญญาณกลับจึงพบว่าเธอคือผู้ส่งสัญญาณนี้ และเนื่องจากมาตรฐาน Omega ยังไม่ได้ถูกค้นพบในยุคนี้ ดังนั้นจึงอาจอนุมานได้ว่านี่เป็นปัจจัยเริ่มต้นหนึ่งที่ทำให้เกิด TSC ดังนั้นจึงขอคำอธิบายและรายละเอียดทั้งหมดด้วย”
แมว 3 สีที่พูดได้แถมบอกว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์ที่มาจากโลกอนาคตกำลังพูดเนื้อหาที่น่าจะมาจากนิยายไซไฟสักเรื่องหนึ่งให้ฉันฟัง แต่ขอบอกว่ามันแทบจะไม่ตกค้างในสมองฉันเลย ฉันจึงได้แต่ทำหน้าฉงนและยืนนิ่ง
มองแมวตัวนั้น
เมื่อเห็นฉันไม่โต้ตอบเจ้าแมวก็เลยพูดขึ้นว่า
“ถ้าไม่สามารถให้คำตอบได้ก็โปรดแสดงอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เพื่อทำการตรวจสอบ”
ฉันก็ยังคงยืนนิ่งมองแมวตัวนั้น
“ไม่เข้าใจใช่มั้ย งั้นเอาของที่เธอมีทั้งหมดมาให้ฉันตรวจสอบเดี๋ยวนี้”
เริ่มขึ้นเสียงแล้ว แต่ก็ทำให้ฉันเข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้นมาหน่อย ฉันเลยโยนกระเป๋านักเรียน โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ ผ้าเช็ดหน้าและลูกอมที่เหลือหลังแอบอมระหว่างเรียนให้เจ้าแมวตัวนั้นไป
“มีสิ่งของอย่างอื่นอีกรึเปล่า” พูดขณะเริ่มค้นกระเป๋านักเรียนของฉัน
นายจะให้ฉันถอดเสื้อผ้าแล้วโยนให้นายตรวจสอบงั้นหรอ
“ไม่มีงั้นเหรอ แต่ไม่เป็นไร ฉันพบสิ่งที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นอุปกรณ์ส่งสัญญาณแล้ว”
เจ้าแมวหยิบมือถือของฉันขึ้นมาพร้อมกับฟลิปฝาขึ้นมาเพื่อทำการตรวจสอบ หลังจากตรวจสอบไปได้สักพักก็พูดขึ้นว่า
“อุปกรณ์เสียหาย สงสัยเนื่องมาจาก EMP แต่หลังจากตรวจสอบคร่าวๆ พบว่าอุปกรณ์นี้เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ของยุคสมัยนี้ ไม่สามารถส่งสัญญาณมาตรฐาน Omega ได้”ว่าไงนะ โทรศัพท์ฉันพังงั้นเหรอ แต่ก่อนที่ฉันจะโวยวาย เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้นมาให้ได้ยิน
“เอาล่ะ เรารีบเคลื่อนย้ายออกจากที่นี่ดีกว่า ขออนุญาตติดตามไปที่พักของเธอ เนื่องจากต้องทำการตรวจสอบต่อ”
เจ้าแมวพูดพลางเก็บรวบรวมของของฉันที่โยนให้ตรวจสอบใส่กระเป๋านักเรียนของฉัน พอเสร็จแล้วแล้วก็ยื่นคืนให้ฉันแล้วก็ออกเดินนำหน้า
“ตามฉันมาสิ”
ฉันหันไปมองรถสายตรวจ อ้อ ! เจ้ารถนั้นชื่อ Bar***ade นี่นา ก็เห็นว่ามันจอดนิ่งฝากระโปรงผุเป็นรูโบ๋อยู่ ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน
“Bar***ade ถูก EMP ทำลายระบบการทำงานหลักไปจึงจำเป็นต้องสงวนพลังงานไว้เพื่อทำการฟื้นฟูระบบจึงไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้”
“แต่ไม่ต้องห่วง มันมีความสามารถในการพรางตัวทำให้ไม่เป็นที่ต้องสงสัย”
เจ้าแมวพูดขณะพาฉันเดินลัดเลาะพุ่มไม้ เราเลี่ยงที่จะไม่ขึ้นถนนในทันทีเนื่องจากรถตำรวจหลายคันได้เข้ามาถึงแล้ว ไม่แปลกที่มากันเยอะ ก็เพราะเจ้าหุ่น 2 ตัวนี้ทำสงครามกันแถมยิงระเบิดใส่กันสนั่นหวั่นไหว คงจะมีใครหลายคนแถวนี้ได้ยินเสียงเลยแจ้งตำรวจให้มาที่นี่
“กรี๊ด ! Today ของฉันทำไมเป็นแบบนี้”
“มิยู* อย่าเพิ่งเป็นลมสิ”
เสียงตำรวจสาวโหวกเหวกดังไล่หลัง สงสัยว่าจะเป็นเจ้าของรถสายตรวจคันนั้น คงเห็นสภาพรถที่ยับเยินแล้วล่ะมั้ง
พอเห็นถนนปลอดโปร่ง เราก็พากันดินตัดขึ้นถนนกัน
เมื่อขึ้นถนนได้ เจ้าแมวก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าหน้าท้อง หยิบเอาสเก็ตบอร์ดอันใหญ่ออกมาวางบนพื้นถนน พลางกระโดดขึ้นไปยืนข้างบน
“ขึ้นมาสิ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย มันเป็นระบบ Auto pilot (11) แถมมีระบบควบคุมการทรงตัว โอกาสประสบอุบัติเหตุมีน้อยกว่า 0.00032%”
มองอย่างไม่ค่อยเชื่อใจเท่าไร แต่ถ้าให้เดินกลับบ้านคงไม่ไหวหรอกเพราะว่าโดนฉุดมาไกลมากขนาดนี้ ก็คงมีแต่ต้องพึ่งเจ้านี่หล่ะ
“เอ่อ คือว่า ฉันเรียกนายว่า โดราเอ*** ได้ไหม”
ฉันเอ่ยขออนุญาตแมว 3 สีตัวนี้เนื่องจากจะเป็นการสะดวกในการสื่อสารและแถมนายก็ช่างเหมือนกันซะเหลือเกิน
เจ้าแมวเงยหน้าขึ้นมามองฉัน คิดนิดนึงก่อนตอบว่า
“ตามใจเธอ”
ฉันก้าวขึ้นสเกตบอร์ดอันนั้น แต่ก่อนที่จะออกตัวฉันก็มีคำถามขึ้นมา
“โดราเอ*** นายไม่มีประตูสารพัดที่เหรอ ? ”
“ละเมออะไรของเธอ ไม่มีหรอก”
“กรี๊ด ! ” ฉันร้องขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเอามือกดกระโปรงไว้ ในขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงด้วยสเก็ตบอร์ดบนถนนอันโล่งเหมือนท้องฟ้าสีแดงอ่อนๆตอนนี้
*************************************
(1) พลานาเรียไม่มีสมอง มีแค่ปมประสาท
(2) กฎทรงมวล ว่าด้วยสสารไม่สูญหายไปจากโลก
(3) Thermal sensor อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน
(4) Sniper Mode โหมดพลซุ่มยิง
(5) Assault Mode โหมดประจัญบาน
(6) Carbon Nanotube coating มีคุณสมบัติป้องกันเคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้า
(7) Electromagnetic Pulse ระเบิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถทำลายอุปกรณ์ไฟฟ้าได้
(8) ฮารุฮิได้ยิน Omega เป็น Ume ga ที่แปลว่าบ๊วยเหรอ
(9) Asimov laws กฎของหุ่นยนต์เพื่อความปลอดภัยของมนุษย์
(10) Time & Space Catastrophe หายนะของเวลาและมิติ
(11) ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ